สรุปย่อ
Viction (VIC) คือบล็อกเชนชั้นที่ 1 (Layer-1) ที่เน้นผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง เปิดตัวครั้งแรกในชื่อ TomoChain เมื่อปี 2017 และเปลี่ยนชื่อเป็น Viction ในปี 2023 มีเป้าหมายเพื่อทำให้ Web3 เข้าถึงได้ง่ายขึ้นด้วยการทำธุรกรรมแบบไม่มีค่าธรรมเนียม และมีโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถขยายตัวได้สำหรับการเป็นเจ้าของสินทรัพย์ในรูปแบบโทเคน
- วัตถุประสงค์: มุ่งเน้นการกระจายสิทธิ์การเป็นเจ้าของดิจิทัล เพื่อให้ Web3 ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน เช่น การชำระเงิน เกม และการยืนยันตัวตน
- เทคโนโลยี: ใช้กลไกฉันทามติแบบ Proof-of-Stake Voting (PoSV) โดยมี masternodes กว่า 150 โหนด และรองรับ Ethereum Virtual Machine (EVM) เพื่อให้นักพัฒนาสามารถใช้งานเครื่องมือที่คุ้นเคยได้
- คุณสมบัติเด่น: รองรับการทำธุรกรรมแบบไม่มีค่าธรรมเนียมผ่านมาตรฐานโทเคน VRC25 ช่วยลดต้นทุนและความซับซ้อนสำหรับผู้ใช้
รายละเอียดเชิงลึก
1. วัตถุประสงค์และคุณค่า
ภารกิจหลักของ Viction คือการสร้าง “เศรษฐกิจแห่งการเป็นเจ้าของ” ที่ใช้งานได้จริง โดยเน้นการให้สิทธิ์การเป็นเจ้าของดิจิทัลผ่านการโทเคนในแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น DeFi เกม NFT และการชำระเงินข้ามประเทศ (Cointelegraph) แนวทางที่เน้น “ผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง” นี้ช่วยลดอุปสรรคในการนำไปใช้ในวงกว้าง โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่
2. เทคโนโลยีและสถาปัตยกรรม
ในฐานะบล็อกเชนชั้นที่ 1 Viction ใช้กลไกฉันทามติแบบ Proof-of-Stake Voting (PoSV) ที่ได้รับการรักษาความปลอดภัยจาก masternodes กว่า 150 โหนด นอกจากนี้ยังรองรับ EVM ทำให้นักพัฒนาสามารถใช้เครื่องมือของ Ethereum ได้อย่างสะดวก ฟีเจอร์ทางเทคนิคที่โดดเด่นคือการรองรับธุรกรรมแบบไม่มีค่าธรรมเนียมผ่านมาตรฐาน VRC25 ซึ่งค่าธรรมเนียมจะถูกชำระโดยนักพัฒนา dApp แทนผู้ใช้ นอกจากนี้งานวิจัยจาก Bybit ยังระบุว่า Viction มีฟีเจอร์การแช่แข็งโทเคนในโปรโตคอล ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยในกรณีฉุกเฉิน แต่ก็มีข้อถกเถียงเรื่องความกระจายอำนาจ
สรุป
Viction เป็นแพลตฟอร์มบล็อกเชนที่เน้นความง่ายในการใช้งานและประสบการณ์ของผู้ใช้ ด้วยการทำธุรกรรมแบบไม่มีค่าธรรมเนียม เพื่อสนับสนุนการเป็นเจ้าของดิจิทัลที่จับต้องได้ คำถามสำคัญคือ การเน้นประโยชน์ใช้สอยจริงและตลาดเกิดใหม่นี้ จะช่วยให้ Viction สามารถเติบโตและแข่งขันกับคู่แข่งที่มีชื่อเสียงมากกว่าได้อย่างยั่งยืนหรือไม่