สรุปย่อ
การพัฒนา Velo ยังคงเดินหน้าต่อไปด้วยเป้าหมายสำคัญดังนี้:
- Treasury as a Service & ASEAN Network (กำลังจะมา) – เปิดตัวระบบชำระเงินทันทีในภูมิภาคและการออกโทเค็นพันธบัตรสหรัฐฯ ที่สร้างผลตอบแทนได้
- PAYFAI AI Settlement Layer (ระยะยาว) – นำระบบชำระเงินข้ามพรมแดนที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาใช้ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความเร็วในการทำธุรกรรม
- PLG Gold RWA Token (ระยะยาว) – เปิดตัวโทเค็นสินทรัพย์จริงที่มีทองคำหนุนหลัง เพื่อให้เข้าถึงสินทรัพย์ได้อย่างรวดเร็วและถูกกฎหมาย
- ขยายเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจเกิน 100 ราย (ปลายปี 2026–2027) – ขยายพันธมิตรเพื่อเพิ่มปริมาณการชำระเงินและการใช้งานอย่างยั่งยืน
รายละเอียดเชิงลึก
1. Treasury as a Service & ASEAN Network (กำลังจะมา)
ภาพรวม: โครงการนี้มีกำหนดเปิดตัวในเดือนธันวาคม 2025 ประกอบด้วยสองผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกัน (CryptoBro100x) Treasury as a Service (TaaS) คือการออกโทเค็นพันธบัตรสหรัฐฯ ที่สร้างผลตอบแทนได้ ส่วน ASEAN Settlement Network คือระบบชำระเงินทันทีที่ถูกกฎหมายในภูมิภาคเอเชีย โดยร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง Lightnet และ OpenEden
ความหมาย: นี่เป็นข่าวดีสำหรับ VELO เพราะมุ่งเน้นไปที่สภาพคล่องของสถาบันและปริมาณการชำระเงินข้ามพรมแดน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มมูลค่าและการใช้งานของโทเค็น VELO อย่างมาก
2. PAYFAI AI Settlement Layer (ระยะยาว)
ภาพรวม: PAYFAI คือระบบชำระเงินที่ใช้ AI ช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรมทั่วโลกได้ถึง 80% เมื่อเทียบกับธนาคารแบบดั้งเดิม โดยเน้นที่การเงินการค้าข้ามพรมแดน (CoinMarketCap) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของวิสัยทัศน์ระยะยาว “Velo Financial Superhighway”
ความหมาย: นี่เป็นก้าวสำคัญทางเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการทำธุรกรรมอย่างมาก ซึ่งจะช่วยให้ VELO มีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจดิจิทัลมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ในเอเชีย และเพิ่มการใช้งานโทเค็นอย่างต่อเนื่อง
3. PLG Gold RWA Token (ระยะยาว)
ภาพรวม: โครงการนี้จะเปิดตัวโทเค็นสินทรัพย์จริง (RWA) ที่มีทองคำหนุนหลัง (CoinMarketCap) เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงทองคำจริงบนบล็อกเชนได้อย่างรวดเร็วและถูกกฎหมาย ขยายขอบเขตสินทรัพย์ของ Velo จากโทเค็นพันธบัตรและสินทรัพย์สีเขียว
ความหมาย: ช่วยเพิ่มความหลากหลายของสินทรัพย์ในระบบนิเวศของ Velo ดึงดูดผู้ใช้ที่ต้องการสินทรัพย์ที่มั่นคงและจับต้องได้ และเสริมสร้างบทบาทของ Velo ในการเชื่อมต่อสินทรัพย์แบบดั้งเดิมเข้าสู่โลก Web3 ซึ่งจะเพิ่มกิจกรรมในเครือข่ายและความต้องการโทเค็น
4. ขยายเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจเกิน 100 ราย (ปลายปี 2026–2027)
ภาพรวม: หลังจากที่ Velo ถูกจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ แผนงานรวมถึงการขยายเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจให้เกิน 100 รายภายในปลายปี 2026–2027 (CoinMarketCap) ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มปริมาณการชำระเงินอย่างยั่งยืนในช่องทางการชำระเงินของ Velo
ความหมาย: การมีพันธมิตรทางธุรกิจจำนวนมากจะช่วยสร้างปริมาณธุรกรรมจริงที่สนับสนุนมูลค่าโทเค็น VELO การบรรลุเป้าหมายนี้จะเป็นสัญญาณว่าผลิตภัณฑ์ของ Velo ตอบโจทย์ตลาดได้ดีและเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคง
สรุป
เส้นทางของ Velo มุ่งมั่นที่จะเป็นแกนหลักของระบบ PayFi สำหรับสถาบันและการออกโทเค็นสินทรัพย์จริงในเอเชีย โดยมีแผนเปิดตัวบริการคลังสินทรัพย์และระบบชำระเงินภูมิภาคในระยะใกล้ เพื่อปูทางสู่เทคโนโลยี AI ขั้นสูงและการออกโทเค็นสินทรัพย์ในอนาคต การเติบโตของพันธมิตรอย่างเป็นระบบจะเป็นตัวเร่งสำคัญในการสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งและเพิ่มมูลค่าการใช้งานของโทเค็นในระยะต่อไป